เสือเหลืองทวงคืนฝูงเอาชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-0

เสือเหลืองทวงคืนฝูงเอาชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-0

ศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้า ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2560 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านคว้าชัยเหนือ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-0 เก็บ 6 แต้มเต็มจากการลงเล่น 2 เกมแรกและนำเป็นจ่าฝูงเหนือบาเยิร์น มิวนิคด้วยประตูได้เสียที่ดีหว่าหนึ่งประตู

เริ่มเกมช่วงแรกนาทีที่ 10 เป็นเสือเหลืองที่ได้โอกาสทักทายก่อนจาก ฟิลิปป์ กับอีกจังหวะจาก โอบาเมอย็อง แต่ก็ยังไม่ได้ลุ้นอะไรมากนัก จากนั้นนาทีที่ 15 ดอร์ทมุนด์มาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ซากาดู พักบอลได้ทางซ้ายแล้วปล่อยให้ ซาฮิน ตามมาเก็บแล้วเปิดไปให้ โอบาเมอย็อง ตวัดตามน้ำบอลพุ่งเข้าประตูไปไม่เหลือ นาที 28 โอกาสอีกครั้งของเจ้าถิ่นเมื่อ พูลิซิช ได้บอลในกรอบทางฝั่งขวาก่อนจะโยกหนีตัวขวางเข้าซ้ายแล้วได้จังหวะยิงไปโดน ยาร์สไตน์ เซฟไว้ได้ นาทีที่ 31 เป็นทีของแฮร์ธ่าบ้างจากลูกตั้งเตะระยะไกลที่โยนยาวจากขวาเข้ามาที่เสาสองแล้วเป็น สตาร์ก ที่ได้ขึ้นโหม่งแต่ เบอร์กี้ ยังรับไว้ได้ จากนั้นนาทีที่ 44 ดอร์ทมุนด์ได้ลุ้นกับจังหวะที่ ฟิลิปป์ ได้บอลทางซ้ายก่อนลากตัดเข้าใน แล้วซัดทันทีจากระยะหว่า 25 หลาแต่ ยาร์สไตน์ ยังคว้าไว้ติดมือ จบครึ่งแรกเจ้าถิ่นนำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลังเล่นมาได้จนถึงนาทีที่ 57 เสือเหลืองก็มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้สำเร็จเรียบร้อยจากบอลที่ทางฝั่งเจ้าถิ่นพยายามเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษแล้วถูกสกัดทิ้งออกมาเข้าทาง ซาฮิน หน้าเขตโทษวิ่งมาซัดตูมตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์นำห่างเป็น 2-0 ต่อมานาทีที่ 65 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวาที่บอลถูกเปิดเข้ามาถึงเสาไกลให้ ลังก์คัมป์ ได้โหม่งแต่ เบอร์กี้ ยังเซฟไว้ทัน นาที 75 ทีมเยือนยังคงบุกเพื่อหวังประตูตีไข่แตกคราวนี้ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ผู้เล่นของดอร์ทมุนด์ไปเผลอเลยเเจอฉกบอลมาได้แล้วเป็น ดาริด้า ที่พาบอลเข้าเขตโทษทางฝั่งซ้าย ก่อนจะตัดสินใจยิงเองบอลออกเสาสองไป นาทีที่ 78 ดอร์ทมุนด์ได้ลุ้นประตูเพิ่มอีกทีกับบอลที่ขึ้นมาทางให้ คาสโตรเติมมา ปาดเรียดเข้าเขตโทษแล้วได้จบด้วย ฟิลิปป์ ยิงข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 82 ดอร์ทมุนด์ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ โอบาเมอย็อง ลากบอลจากทางขวาตัดเข้ามาก่อนจะเปิดเรียดเข้าเขตโทษให้ พูลิซิช ยิงไปติดเซฟ สุดท้ายจบเกม ดอร์ทมุนด์ เอาชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ไป 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดขยับกลับมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง